" 6 ปี ในเบญจมราชาลัย กับความประทับใจของฉัน "
เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ.2544 ฉันเป็นเด็กนักเรียนใหม่ชั้น ม.1 ของโรงเรียนเบญจมราชาลัย ความแปลกใหม่ของสถานที่ เพื่อนร่วมชั้นเรียนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ในห้องเรียนที่แทบจะบรรจุนักเรียนไม่พอ เพราะความที่โรงเรียนเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงโรงเรียนหนึ่งในจำนวนหลายๆโรงเรียนของรัฐบาล ทำให้จำนวนรับนักเรียนในแต่ละปีมีมาก ผู้อำนวยการผู้หญิงมีอายุ แต่สง่างาม แต่งกายเป็นผู้ดี ดูมีความจริงใจและมีความรู้ ที่ใครๆ เรียกคำนำหน้าว่า " คุญหญิง " และแม้กระทั่งพระสงฆ์รูปหนึ่งที่คอยดูแล เอาใจใส่โรงเรียน นักเรียน กิจกรรมของโรงเรียน โดยเฉพาะกิจกรรมทางศาสนา ที่มักจะเห็นท่านแสดงธรรมในวันพระทางโทรทัศน์เป็นประจำ ซึ่งใครๆเรียกท่านว่า " ท่านเจ้าคุณ "
โรงเรียนแห่งนี้ มีอะไรแปลกใหม่สำหรับฉันหลายอย่าง โรงเรียนสอนมารยาทของกุลสตรีให้กับนักเรียน โดยบอกว่าเป็นโรงเรียนสอนด้านการเรือนให้กับกุลสตรีไทยตั้งแต่สมัยโบราณ ปัจจุบันแม้หญิงไทยจะสามารถศึกษาเล่าเรียนได้อย่างกว้างขวาง ทัดเทียมผู้ชายแล้ว แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือความเป็นกุลสตรี มีมารยาทอันงดงาม

อย่างไรก็ตาม ฉันและเพื่อนๆ ที่ต่อมามีความรัก สนิดสนม กลมเกลียวกันทั้งห้อง แม้จะแยกย้ายกันไปคนละห้อง เมื่อเลื่อนชั้นในแต่ละปีก็ตาม จนในที่สุดพวกเราก็มีจำนวนมากขึ้น ก็ยังไม่วายจะกระโดกกระเดก แต่ก็สามารถเรียบร้อยเป็นกุลสตรีได้เมื่อถึงเวลา
นอกจากนี้ยังมีอาจารย์อีกหลายท่าน ที่สร้างความประทับใจให้กับฉัน ในตอนที่ฉันใกล้จบ อาจารย์ถามว่าฉันจะเลือกเรียนคณะอะไร เมื่อฉันตอบ อาจารย์บอกว่า ให้ฉันทานอาหารที่มีประโยชน์มากๆ จะได้แข็งแรง พร้อมที่จะไปต่อสู้ในการสอบแข่งขัน และฉันจะได้สมหวังในที่สุด
ปี 2549 ครบ 6 ปี แล้วที่ฉันเดินเข้า เดินออก รั้วโรงเรียนเบญจมราชาลัย ฉันรู้สึกว่าช่างรวดเร็วเหลือเกิน โรงเรียนได้จัดงานอำลา-อาลัยให้พวกเรา อาหาร ดนตรี เสียงหัวเราะ คำสอนของอาจารย์ สดท้ายก็จบลง พวกเรากอดคอกันแล้วร้องไห้ พวกเราสัญญากันว่าจะไปตามฝันของตัวเอง จะไขว่คว้าให้เป็นความจริงให้ได้ เราจะไม่ลืมกัน เรากราบลาอาจารย์ที่เป็นที่รัก-เคารพ กราบพระพุทธรูปประจำโรงเรียน ไหว้ลาศาลพระภูมิหน้าโรงเรียน เรารู้สึกเศร้ามาก
แม้วัน - เวลา จะผ่านไปนานเท่าไร ฉันไม่เคยลืมความประทับใจทุกอย่าง ทุกครั้งที่คิดถึง มันมีทั้งความสุข ความเศร้าคละเคล้ากันไป 6 ปีที่ฉันเป็นผู้รับมาตลอด จนยากที่จะลืมเลือน " เบญจมราชาลัย "
เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ.2544 ฉันเป็นเด็กนักเรียนใหม่ชั้น ม.1 ของโรงเรียนเบญจมราชาลัย ความแปลกใหม่ของสถานที่ เพื่อนร่วมชั้นเรียนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ในห้องเรียนที่แทบจะบรรจุนักเรียนไม่พอ เพราะความที่โรงเรียนเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงโรงเรียนหนึ่งในจำนวนหลายๆโรงเรียนของรัฐบาล ทำให้จำนวนรับนักเรียนในแต่ละปีมีมาก ผู้อำนวยการผู้หญิงมีอายุ แต่สง่างาม แต่งกายเป็นผู้ดี ดูมีความจริงใจและมีความรู้ ที่ใครๆ เรียกคำนำหน้าว่า " คุญหญิง " และแม้กระทั่งพระสงฆ์รูปหนึ่งที่คอยดูแล เอาใจใส่โรงเรียน นักเรียน กิจกรรมของโรงเรียน โดยเฉพาะกิจกรรมทางศาสนา ที่มักจะเห็นท่านแสดงธรรมในวันพระทางโทรทัศน์เป็นประจำ ซึ่งใครๆเรียกท่านว่า " ท่านเจ้าคุณ "
โรงเรียนแห่งนี้ มีอะไรแปลกใหม่สำหรับฉันหลายอย่าง โรงเรียนสอนมารยาทของกุลสตรีให้กับนักเรียน โดยบอกว่าเป็นโรงเรียนสอนด้านการเรือนให้กับกุลสตรีไทยตั้งแต่สมัยโบราณ ปัจจุบันแม้หญิงไทยจะสามารถศึกษาเล่าเรียนได้อย่างกว้างขวาง ทัดเทียมผู้ชายแล้ว แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือความเป็นกุลสตรี มีมารยาทอันงดงาม

อย่างไรก็ตาม ฉันและเพื่อนๆ ที่ต่อมามีความรัก สนิดสนม กลมเกลียวกันทั้งห้อง แม้จะแยกย้ายกันไปคนละห้อง เมื่อเลื่อนชั้นในแต่ละปีก็ตาม จนในที่สุดพวกเราก็มีจำนวนมากขึ้น ก็ยังไม่วายจะกระโดกกระเดก แต่ก็สามารถเรียบร้อยเป็นกุลสตรีได้เมื่อถึงเวลา
นอกจากนี้ยังมีอาจารย์อีกหลายท่าน ที่สร้างความประทับใจให้กับฉัน ในตอนที่ฉันใกล้จบ อาจารย์ถามว่าฉันจะเลือกเรียนคณะอะไร เมื่อฉันตอบ อาจารย์บอกว่า ให้ฉันทานอาหารที่มีประโยชน์มากๆ จะได้แข็งแรง พร้อมที่จะไปต่อสู้ในการสอบแข่งขัน และฉันจะได้สมหวังในที่สุด
ปี 2549 ครบ 6 ปี แล้วที่ฉันเดินเข้า เดินออก รั้วโรงเรียนเบญจมราชาลัย ฉันรู้สึกว่าช่างรวดเร็วเหลือเกิน โรงเรียนได้จัดงานอำลา-อาลัยให้พวกเรา อาหาร ดนตรี เสียงหัวเราะ คำสอนของอาจารย์ สดท้ายก็จบลง พวกเรากอดคอกันแล้วร้องไห้ พวกเราสัญญากันว่าจะไปตามฝันของตัวเอง จะไขว่คว้าให้เป็นความจริงให้ได้ เราจะไม่ลืมกัน เรากราบลาอาจารย์ที่เป็นที่รัก-เคารพ กราบพระพุทธรูปประจำโรงเรียน ไหว้ลาศาลพระภูมิหน้าโรงเรียน เรารู้สึกเศร้ามาก
แม้วัน - เวลา จะผ่านไปนานเท่าไร ฉันไม่เคยลืมความประทับใจทุกอย่าง ทุกครั้งที่คิดถึง มันมีทั้งความสุข ความเศร้าคละเคล้ากันไป 6 ปีที่ฉันเป็นผู้รับมาตลอด จนยากที่จะลืมเลือน " เบญจมราชาลัย "

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น