วันจันทร์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
ความประทับใจในรั้ว " บ.ร. "
เดือนพฤษภาคม ปี พ.ศ.2544 ฉันเป็นเด็กนักเรียนใหม่ชั้น ม.1 ของโรงเรียนเบญจมราชาลัย ความแปลกใหม่ของสถานที่ เพื่อนร่วมชั้นเรียนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน ในห้องเรียนที่แทบจะบรรจุนักเรียนไม่พอ เพราะความที่โรงเรียนเป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงโรงเรียนหนึ่งในจำนวนหลายๆโรงเรียนของรัฐบาล ทำให้จำนวนรับนักเรียนในแต่ละปีมีมาก ผู้อำนวยการผู้หญิงมีอายุ แต่สง่างาม แต่งกายเป็นผู้ดี ดูมีความจริงใจและมีความรู้ ที่ใครๆ เรียกคำนำหน้าว่า " คุญหญิง " และแม้กระทั่งพระสงฆ์รูปหนึ่งที่คอยดูแล เอาใจใส่โรงเรียน นักเรียน กิจกรรมของโรงเรียน โดยเฉพาะกิจกรรมทางศาสนา ที่มักจะเห็นท่านแสดงธรรมในวันพระทางโทรทัศน์เป็นประจำ ซึ่งใครๆเรียกท่านว่า " ท่านเจ้าคุณ "
โรงเรียนแห่งนี้ มีอะไรแปลกใหม่สำหรับฉันหลายอย่าง โรงเรียนสอนมารยาทของกุลสตรีให้กับนักเรียน โดยบอกว่าเป็นโรงเรียนสอนด้านการเรือนให้กับกุลสตรีไทยตั้งแต่สมัยโบราณ ปัจจุบันแม้หญิงไทยจะสามารถศึกษาเล่าเรียนได้อย่างกว้างขวาง ทัดเทียมผู้ชายแล้ว แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือความเป็นกุลสตรี มีมารยาทอันงดงาม

อย่างไรก็ตาม ฉันและเพื่อนๆ ที่ต่อมามีความรัก สนิดสนม กลมเกลียวกันทั้งห้อง แม้จะแยกย้ายกันไปคนละห้อง เมื่อเลื่อนชั้นในแต่ละปีก็ตาม จนในที่สุดพวกเราก็มีจำนวนมากขึ้น ก็ยังไม่วายจะกระโดกกระเดก แต่ก็สามารถเรียบร้อยเป็นกุลสตรีได้เมื่อถึงเวลา
นอกจากนี้ยังมีอาจารย์อีกหลายท่าน ที่สร้างความประทับใจให้กับฉัน ในตอนที่ฉันใกล้จบ อาจารย์ถามว่าฉันจะเลือกเรียนคณะอะไร เมื่อฉันตอบ อาจารย์บอกว่า ให้ฉันทานอาหารที่มีประโยชน์มากๆ จะได้แข็งแรง พร้อมที่จะไปต่อสู้ในการสอบแข่งขัน และฉันจะได้สมหวังในที่สุด
ปี 2549 ครบ 6 ปี แล้วที่ฉันเดินเข้า เดินออก รั้วโรงเรียนเบญจมราชาลัย ฉันรู้สึกว่าช่างรวดเร็วเหลือเกิน โรงเรียนได้จัดงานอำลา-อาลัยให้พวกเรา อาหาร ดนตรี เสียงหัวเราะ คำสอนของอาจารย์ สดท้ายก็จบลง พวกเรากอดคอกันแล้วร้องไห้ พวกเราสัญญากันว่าจะไปตามฝันของตัวเอง จะไขว่คว้าให้เป็นความจริงให้ได้ เราจะไม่ลืมกัน เรากราบลาอาจารย์ที่เป็นที่รัก-เคารพ กราบพระพุทธรูปประจำโรงเรียน ไหว้ลาศาลพระภูมิหน้าโรงเรียน เรารู้สึกเศร้ามาก
แม้วัน - เวลา จะผ่านไปนานเท่าไร ฉันไม่เคยลืมความประทับใจทุกอย่าง ทุกครั้งที่คิดถึง มันมีทั้งความสุข ความเศร้าคละเคล้ากันไป 6 ปีที่ฉันเป็นผู้รับมาตลอด จนยากที่จะลืมเลือน " เบญจมราชาลัย "
วันอาทิตย์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
อาคารสถานที่
| โรงเรียน เบญจมราชาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตั้งอยู่เลขที่ 126 ถนนศิริพงษ์ แขวงสำราญราษฎร์ เขตพระนคร กรุงเทพฯ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เปิดสอนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น และตอนปลาย รับเฉพาะนักเรียนหญิงเท่านั้น พื้นที่ของโรงเรียนมีทั้งหมด 2 ไร่ 2 งาน 96 ตารางวา โดย จำนวนอาคารเรียน ดังนี้ คือ |
| 1. ห้องผู้อำนวยการ 2. ห้องกลุ่มบริหารงานงบประมาณและบุคลากร 3. ห้องกลุ่มบริหารงานวิชาการ 4. ห้องทะเบียนและวัดผล 5. ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ 2 ห้องเรียน 6. ศูนย์คอมพิวเตอร์ 7. ห้องกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 8. ห้องปฏิบัติการวิชาอาหารและโภชนาการ 9. ห้องถ่ายเอกสาร 10. ห้องกรรมการพัฒนาและประกันคุณภาพ 11. ห้องกรรมการบริหารแผนงานและสารสนเทศ 12. ห้องกลุ่มสาระฯ สังคมศึกษา 13. ห้องศูนย์วิชาสังคมศึกษา 14. ห้องกลุ่มสาระฯภาษาต่างประเทศ 15. ห้องศูนย์วิชาภาษาต่างประเทศ 16. ห้องศูนย์วิชาภาษาฝรั่งเศส 17. ห้องศูนย์วิชาคณิตศาสตร์ | ![]() |
![]() | 1. ห้องอาหารมธุปยาส-บ้านสุชาดา 2. ห้องกิจกรรมสหกรณ์ 3. ห้องพิพิธภัณฑ์โรงเรียน 4. ห้องศาสนาสากล 5. ห้องโสตทัศนศึกษา 6. ห้องประชุม วัฒนานุวัฒน์ 7. ห้องกลุ่มสาระฯ ภาษาไทย 8. ห้องศูนย์วิชาภาษาไทย 9. ห้องกลุ่มสาระฯ การงานอาชีพและเทคโนโลยี 10. ห้องศูนย์วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี 11. ห้องปฏิบัติการตัดเย็บ "ทิพย์อาภรณ์" 12. ห้องฝึกทักษะการพูด ภาษาอังกฤษ |
| 1. ห้องศูนย์ข่าวกิจกรรมการศึกษาและอาชีพ 2. ห้องเรียนสีเขียว 3. ห้องผลิตและบริการน้ำดื่ม "R.O" 4. ห้องปฏิบัติการวิชาชีววิทยา 5. ห้องปฏิบัติการวิชาเคมี | ![]() |
![]() | 1. ห้องกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน 2. ห้องกลุ่มบริหารงานทั่วไป 3. ห้องประชาสัมพันธ์ และธนาคารโรงเรียน 4. ห้องอนามัยโรงเรียน (ห้องพยาบาล) 5. ห้องแสดงผลงานนักเรียน (ร้านคุณหญิง) 6. ห้องฝึกนาฎศิลป์ "ลีลานารีวิถีไทย" 7. ห้องฝึกดนตรีไทย "พิณสามสาย" |
ข้อมูลทั่วไป
| ![]() | |
| ![]() พระศรีศากยมุณี ยุวนารีบูชิต สถิตเบญจมราชาลัย | |
| ![]() พระเกี้ยวบนพานแว่นฟ้า | |
| บ.ร. | |
| สวาจารตา จ พาหุสสจจ นารีนาภรณ วร ศึษาดี มีจริยา เป็นอาภาของกุลสตรี | |
| บุคลิกงามสง่า แนวหน้าวิชาการ ุสืบสานความเป็นไทย มุ่งไปสู่โลกกว้าง ุสรรสร้างสังคม อุดมคุณธรรม | |
| การเรียนเด่น เล่นกีฬาดี มีคุณธรรม กิจกรรมเยี่ยม | |
| คล่องแคล่วอย่างงดงาม | |
| เลือดหมู - ขาว | |
| - คณะโกมุท | สีเหลือง สีชมพู สีเขียว สีม่วง สีฟ้า |
| ![]() ดอกบัวจงกลณี | |
| มาร์ชเบญจมราชาลัย | |
ภาพลักษณ์ของโรงเรียน
โรงเรียนเบญจมราชาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เดิมเป็นวงของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนมรุพงศ์สิริพัฒน์ พระราชโอรสในพระบาท สมเด็จพระจอมเกล้าจ้าอยู่หัว ซึ่งมีพระประสงค์ที่จะให้จัดการศึกษาแก่กุลสตรี เป็นโรงเรียนฝึกหัดครูสตรีแห่งแรกของประเทศไทย ซึ่งมุ่งเน้นให้เป็นกุลสตรีผู้นำ
โรงเรียนเบญจมราชาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตั้งอยู่บริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางของความเจริญทางศิลปวัฒนธรรม การค้า การเมือง การปกครอง อยู่ใกล้วัดสุทัศนเทพวราราม เสาชิงช้า ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม ตลาดสำเพ็ง พาหุรัด นักเรียนส่วนมากมาจากตระกูลพ่อค้า ข้าราชการ ที่มีสถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคม ในระดับปานกลางและค่อนข้างสูง และคาดหวังว่านักเรียนสามารถศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้
วิสัยทัศน์
มุ่งสร้างนักเรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาชาติ มีคุณธรรม จริยธรรม ระเบียบ วินัย ความเป็นเลิศทางวิชาการ ความภาคภูมิใจ ในเกียรติภูมิของโรงเรียนและความเป็นคนไทย
เป้าหมาย
เพื่อให้นักเรียนมีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เป็นกุลสตรีไทย มีความรู้ คุณธรรม จริยธรรม มีสุขภาพดี
พันธกิจ
- พัฒนานักเรียนให้มีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานการสึกษาชาติ รู้จักใช้เทคโนโลยี เพื่อการเรียนรู้สู่ความเป็นสากล สามารถใช้ภาษาในการสื่อสาร เป็นบุคคลที่ใฝ่รู้ ใฝ่เรียนและความเป็นเลิศทางวิชาการ
- เสริมสร้างให้นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม
- ระเบียบวินัยและมีกิริยามารยาทที่งดงามส่งเสริมให้นักเรียนมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี
- ปลูกจิตสำนึกให้นักเรียนมีความภาคภูมิใจในความเป็นนักเรียนเบญจมราชาลัย ร่วมกัน รักษาชื่อเสียงเกียรติภูมิของโรงเรียน
- สร้างความตระหนักให้นักเรียนเห็นคุณค่าและสืบสานศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาไทย เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในความเป็นไท
จุดเน้น
- โรงเรียนบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ โดยยึดหลักการมีส่วนร่วมเพื่อให้สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมสร้างให้นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม
- โรงเรียนส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของครูให้สามารถพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา จัดกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นนักเรียนเป็นสำคัญ ใช้สื่อนวัตกรรม วัดและประเมินผล สามารถสร้างงานวิจัย เพื่อประกันคุณภาพการศึกษา
- โรงเรียนบริหารหลักสูตรสถานศึกษา โดยให้นักเรียนเลือกเรียนตามความแตกต่างของปัจเจกบุคคล ผู้ปกครองและชุมชน มีส่วนร่วมในการจัดการเรียนรู้ โดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา
- โรงเรียนจัดสรรทรัพยากรและจัดการสาธารณูปโภคอย่างเหมาะสม เพื่อให้มีบรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่สะอาดสวยงาม ร่มรื่น ปลอดภัยและเอื้อต่อการเรียนรู้
- โรงเรียน มีการบริหารที่มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ของงาน มีการตรวจสอบถ่วงดุลและระบบควบคุมภายในเพื่อให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล
- โรงเรียนมุ่งพัฒนานักเรียนให้มีคุณธรรม จิตสาธารณะ จิตสำนึกในความเป็นพลเมืองและพลโลก มีทักษะการเรียนรู้ การปรับตัวและทักษะทางสังคม
- โรงเรียนจัดบริการด้านอนามัยและโภชนาการ เพื่อให้นักเรียนมีสุขภาพที่ดีขึ้น
วันศุกร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552
ประวัติโรงเรียน


โรงเรียนฝึกหัดครูประถม ทั้งประจำและไป-กลับ รับนักเรียนในกรุงเทพฯ และมณฑลต่าง ๆ ขยายการสอนถึงวิชาครูมัธยม ได้เปิดสอนภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส ชั้นสูง เทียบเท่าประโยคมัธยมบริบูรณ์ชาย เรียกว่า ประโยคมัธยมวิสามัญ ในพ.ศ. 2472 ได้เปิดสอนประโยคมัธยมบริบูรณ์ชาย มีทั้งแผนกภาษาแผนกวิทยาศาสตร์และแผนกกลาง มีจำนวนนักเรียนเพิ่มมากขึ้น ปี พ.ศ. 2475 กระทรวงศึกษาธิการได้ย้ายโรงเรียนฝึกหัดครูและชั้นมัธยมบริบูรณ์ชาย (ม.7-8) ไปอยู่โรงเรียนเพชรบุรีวิทยาลงกรณ์ ทำให้โรงเรียนเบญจมราชาลัยเป็นโรงเรียนสามัญ รับนักเรียนเช้าไปเย็นกลับ ตั้งแต่ชั้นประถมปีที่ 1 ถึง มัธยมปีที่ 6 ในปีพ.ศ. 2476 ปรับปรุง การสอนถึงชั้นประโยคบริบูรณ์
พ.ศ.2480 กระทรวงศึกษาธิการสั่งย้ายนักเรียนชั้นสูงไปเรียนรวมที่โรงเรียนสวนสุนันทาวิทยาลัยและยุบชั้นประถม เปิดสอนเฉพาะชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 ตามคำสั่งกรมสามัญศึกษา ในปีพ.ศ. 2496 ได้เปิดสอนชั้นเตรียมอุดมศึกษาทั้งแผนกอักษรศาสตร์และ วิทยาศาสตร์ ในปีพ.ศ. 2499 เปิดสอน 2 รอบ คือรอบเช้า และรอบบ่าย ในปีพ.ศ. 2503 เปลี่ยนแปลงตามนโยบายการศึกษาแห่งชาติ สอนตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และในปี พ.ศ. 2521 ได้เปลี่ยนแปลงตามแผนการศึกษาของชาติ เป็นชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 1-2-3 และชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย 4-5-6 เนื่องจากอาคารเรียนเดิมเป็นไม้ เมื่อเวลาผ่านไปอาคารเรียนทรุดโทรมมาก ประกอบกับนักเรียนมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ทางโรงเรียนจึงได้จัดสร้างอาคารเรียนใหม่ทดแทนเรือนไม้หลังเดิม ดังที่เป็นอาคารเรียนในปัจจุบัน จำนวน 4 หลัง คือ อาคารมรุพงศ์อนุสรณ์ อาคารจันทรนิภา อาคารวัฒนวงศ์ และอาคารเทพรัตน





































